Myยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21เริ่มเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันเข้าไปทุกขณะ หลังจากเพิ่งไดเ้ 8 ทีมสุดท้ายที่จะเข้าไปทำการแข่งขันในรอบต่อไป

โกล ขอพาคุณไปเช็คข้อมูลการจับสลาก ช่องถ่ายทอดสด และเส้นทางของทั้ง 8 ทีมได้ที่นี่

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/21 รอบก่อนรองชนะเลิศจับสลากเมื่อไหร่?

การจับสลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศจะจับสลากในวันศุกร์ที่ 19 มีนาคมนี้ จะเริ่มถ่ายทอดสดในเวลา 11am GMT หรือ 18.00 น.ตามเวลาประเทศไทย

โดยพิธีจับสลากจะไปจัดที่สำนักงานใหญ่ของยูฟ่าใน นียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Return to top

สามารถชมการจับสลากได้ที่ไหน?

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของยูฟ่า (UEFA.tv) จะทำการไลฟ์ถ่ายทอดสดให้รับชมแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งหมายความว่าสามารถดูได้ทั้งจากทางโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ของท่านได้

นอกจากนี้ ท่านยังสามารถติดตามการรายงานสดผ่านทาง Goal ที่จะเริ่มอัพเดทความเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงก่อนการจับสลาก

ทีมใดมีส่วนร่วมในการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก บ้าง?

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพิ่งได้ 8 ทีมสุดท้าย หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเมื่อคืนท่ีผ่านมา โดยที่ในรอบ 8 ทีมนี้จะไม่มีทีมวาง ไม่มีการป้องกันทีมจากประเทศเดียวกันในการจับคู่เจอกันแต่อย่างใด ซึ่งหมายความว่าเราอาจได้เห็นบิ๊กแมตช์จากทีมประเทศเดียวกันอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล หรือ บาเยิร์น มิวนิค พบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในรอบนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อังกฤษ
บาเยิร์น มิวนิค เยอรมัน
เชลซี อังกฤษ
ลิเวอร์พูล อังกฤษ
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ฝรั่งเศส
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เยอรมัน

การแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายเริ่มขึ้นเมื่อไหร่?

การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศจะแข่งแบบสองนัดเหย้าเยือนเช่นเดิม โดยเกมเลกแรกจะแข่งขันในวันที่ 6-7 เมษายน และแข่งเลกสองสัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 13-14 เมษายน

รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ?

เช่นเดียวกับรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่าจะทำการวางเส้นทางประกบคู่วางไปถึงรอบรองชนะเลิศไปพร้อมกันเลยในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งจะทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ของคู่ชิงในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการกำหนดทีมเหย้าและเยือนในนัดชิงอีกด้วย

โดยที่รอบรองฯจะแข่งขันในวันที่ 27/28 เมษายน ในเกมเลกแรกและ 4/5 พฤษภาคมในเกมเลกสอง และรอบชิงชนะเลิศวันที่ 29 พฤษภาคม

Source Format

สรุป 8 ทีมสุดท้ายในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2018 – THE STANDARD

thestandard.co

ได้บทสรุปกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากที่ 2 ทีมสุดท้ายลงสนามแข่งขันกันเมื่อคืนวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยผลปรากฏว่า ทีมบาเยิร์น มิวนิกจากเยอรมนี จ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมนี เอาชนะเบซิคตัสจากตุรกีไป 3-1 มีสกอร์รวมทั้งหมด 8-1 ตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ขณะที่บิ๊กแมตช์เมื่อคืนที่ผ่านมา ระหว่างบาร์เซโลนาที่เปิดคัมป์นูต้อนรับสิงห์บลู เชลซี ซึ่งทั้งคู่เสมอกัน 1-1 จากเลกแรก และเป็นบาร์ซาที่ได้เปรียบประตู Away Goal เกมนี้ผลปรากฏว่า เป็นบาร์เซโลนาที่เอาชนะเชลซีไปได้ 3-0 โดยลิโอเนล เมสซี เหมาคนเดียว 2 ประตู พร้อมทำสถิติยิงประตูที่ 100 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

จบเกม บาร์เซโลนามีสกอร์รวม 4-1 ผ่านเข้ารอบเป็นทีมสุดท้ายได้สำเร็จ และเป็นการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน

ผลสรุป 8 ทีมสุดท้ายเป็น ยูเวนตุส และโรมา จากเซเรียอา อิตาลี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล จาก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ, เรอัล มาดริด บาร์เซโลนา และเซบีญา จากลาลีกา สเปน และบาเยิร์น มิวนิก จากบุนเดสลีกา เยอรมนี

โดยการจับสลากรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะมีขึ้นในวันที่ 16 มีนาคมนี้ เวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายเลกแรกจะแข่งขันกันวันที่ 3 และ 4 เมษายนนี้ ส่วนเลกที่ 2 จะลงสนามกันวันที่ 10 และ 11 เมษายน

แล้วคุณคิดว่าทีมไหนมีโอกาสได้แชมป์มากที่สุดในปีนี้?

Content Creator สำนักข่าว THE STANDARD

ชปล.รอบ 8 ทีมสุดซี้ด

www.thairath.co.th

เริ่มจากคู่เอก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด พบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งเจอกันมาในรอบชิงชนะเลิศในปี 2018 ซึ่งปีนั้นมีดราม่าเกิดขึ้น เมื่อมีจังหวะที่เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังชุดขาว ล้มลงแต่ก็เหมือนล็อกแขนโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าชาวอียิปต์ของลิเวอร์พูลไว้

จากจังหวะดังกล่าว ทำให้ซาลาห์ไหล่หลุด ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป ซึ่งตอนนี้กองหน้าทีมชาติอียิปต์ฟอร์มกำลังร้อนแบบสุดๆ

เมื่อ “โม” ไม่อยู่ “หงส์” ก็เสียขวัญจนสุดท้ายเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ไปครองในที่สุด

เชื่อว่าบรรดา “เดอะ ค็อป” หมายมั่น

ปั้นมือว่าจะล้างแค้นให้ได้

ส่วนคู่ต่อมา “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก พบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งการพบกันของคู่นี้เป็นการรีแมตช์รอบชิงชนะเลิศเมื่อซีซันที่ผ่านมา และเป็นเปแอสเชที่หวังจะมาล้างแค้นให้ได้

แต่ก็ไม่ง่ายแม้ว่าปารีสจะมีเมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือมากฝีมือชาวอาร์เจนไตน์ มาคุมทัพ แต่ “เสือใต้” ของฮันส์ ดีเธอร์ ฟลิก ยังแข็งแกร่งทุกขุมกำลังเหมือนเดิม

จากที่ดูแล้วมีโอกาสจะเป็นเหมือนเดิม

ในรอบชิงเมื่อปีที่แล้วค่อนข้างสูง

ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โคจรมาเจอกับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ คู่นี้ไม่มี ประเด็นผลการแข่งขัน แต่มีประเด็นเรื่องนักเตะ

เมื่อแมนฯ ซิตี้ เสียเพชรเม็ดงามอย่าง

จาดอน ซานโช ปีกทีมชาติอังกฤษ ไปให้กับดอร์ท–มุนด์ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ก่อนที่ซานโชจะก้าวขึ้นมา เป็นตัวหลักให้กับดอร์ทมุนด์ และติดทีมชาติอังกฤษเป็นที่เรียบร้อย

ก็ต้องรอดูว่า ซานโชจะแผลงฤทธิ์เพื่อเป็นการล้างแค้นอดีตทีมเก่าให้เจ็บช้ำด้วยการถีบร่วง ตกรอบได้หรือไม่

ส่วนคู่สุดท้ายของรอบนี้ ปอร์โต ทีมแกร่งจากโปรตุเกสจะดวลกับ “สิงห์บลู” เชลซี ยักษ์ใหญ่ จากลีกผู้ดี แม้จะดูว่าคู่นี้ไม่มีเรื่องมีราวกันมาก่อน

แต่ถ้าย้อนไปถึงตอนที่โจเซ มูรินโญ กุนซือชาวโปรตุเกส ที่ย้ายจากปอร์โตมาคุมทัพเชลซี ในปี 2004 ตอนนั้น “มูรินโญ” เล่นฉกนักเตะตัวหลักของปอร์โตมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นเปาโล แฟร์ไรรา และริคาร์โด คาร์วัลโญ จนทำให้ทีมดัง จากโปรตุเกสชวดแชมป์ในปีดังกล่าว

ก็อาจจะมีแค้นเล็กๆ แต่มันก็นานเกินไปกว่า จะเก็บเอามาคิด แถมยังเป็นคนละยุคอีกด้วย

นอกจากการจับสลากรอบ 8 ทีมแล้ว ก็ยัง มีการจับติ้วรอบรองชนะเลิศอีกด้วย

ผลปรากฏว่า ผู้ชนะคู่ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิก (เยอรมนี)/ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)

พบผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)/โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี) และผู้ชนะคู่ระหว่าง เรอัล มาดริด (สเปน)/ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) พบ ผู้ชนะ คู่ระหว่าง เอฟซี ปอร์โต (โปรตุเกส)/เชลซี (อังกฤษ)

ดูแล้วจากโอกาสที่จะมี “พรีเมียร์ลีก

ไฟนอลส์” ก็สูงเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ทีมจากลีกผู้ดีก็ต้องผ่านกระดูกชิ้นโตอย่างบาเยิร์น มิวนิก และเรอัล มาดริด ที่คอยขวางทางให้ได้ซะก่อน

อย่างที่บอกด้านบนจับติ้วรอบ 8 ทีมปีนี้ สุดซี้ดจริงๆ

แถมแต่ละคู่ยังมีเรื่องราวผูกพันกันอีกทำให้เกมระอุเพิ่มขึ้นไปอีก

บอกได้เลยว่าห้ามพลาดเลยซักคู่!!

สนใจสมัครสมาชิกได้ที่ www.981.com หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ @981.com (อย่าลืมไสาแอดนะครับ)